การจองแบบบ้านและเซ็นสัญญา

1. เมื่อเลือกแบบบ้านที่ต้องการและตกลงให้บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการรับสร้างบ้านลูกค้าต้องชำระเงินเพื่อเป็นการจองแบบบ้านเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท และเตรียมเอกสารพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ในวันจอง ดังนี้

เอกสารที่จะต้องเตรียมมาในวันจอง

-สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรข้าราชการหรือบัตรรัฐวิสาหกิจ จำนวน 4 ชุด

– สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 4 ชุด

– สำเนาโฉนดที่ดินขนาดเท่าจริง จำนวน 4 ชุด

(เอกสารทุกใบ จะต้องมีลายเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง)

2. บริษัทฯ จะดำเนินการสำรวจที่ดินอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบสถานที่เข้า-ออกว่าคับแคบหรือไม่ขนาดที่ดินเพียงพอสำหรับที่พักคนงาน และที่กองวัสดุก่อสร้างหรือไม่ หากการสำรวจสรุปว่ามีปัญหาดังกล่าว บริษัทฯจะคิดราคาเพิ่มขึ้นตามความยากง่ายของเนื้องานที่เพิ่มขึ้น

3. หลังจากปรับเปลี่ยนแบบบ้านจนเป็นที่พอใจ ลูกค้าจะต้องมาเซ็นสัญญาภายในระยะเวลา 30 วัน เพื่อที่บริษัทฯ จะได้ดำเนินการยื่นแบบขออนุญาตปลูกสร้าง ขอมิเตอร์ประปา และไฟฟ้าชั่วคราว และเริ่มทำการก่อสร้างต่อไป

4. บริษัทฯ จะเป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตปลูกสร้างและขอเลขที่บ้าน โดยไม่คิดค่าดำเนินการใดๆ ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการติดตั้งประปาและไฟฟ้าชั่วคราวในขณะก่อสร้างให้ โดยมีค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าจะต้องชำระในวันที่สร้างบ้านเสร็จ ตามอัตราดังนี้

ค่าประกันและติดตั้งประปา (นครหลวง) 7,555บาท

ค่าประกันและติดตั้งไฟฟ้า (นครหลวง)

– ขนาดมิเตอร์ 15 แอมป์ (2 สาย) 6,550บาท

– ขนาดมิเตอร์ 30 แอมป์ (2 สาย) 13,650บาท

หมายเหตุ

* ค่าธรรมเนียมข้างต้นคิดตามพื้นที่ที่มีท่อเมนประปาและสายเมนไฟฟ้าผ่านหน้าที่ดินเท่านั้น ซึ่งราคานี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง หากพื้นที่ไม่เป็นตามที่ระบุ โดยขึ้นอยู่กับการประเมินของเจ้าหน้าที่

* ค่าธรรมเนียมในการขอประปาและไฟฟ้าข้างต้น เป็นการอ้างอิงจากการประปาและไฟฟ้านครหลวงเท่านั้น หากเป็นกรณีของการประปาและไฟฟ้าภูมิภาคราคาจะเปลี่ยนแปลงตามที่เจ้าหน้าที่จะประเมิน

การชำระเงินค่าก่อสร้าง

งวดที่ 1. ชำระ 10% ของราคาบ้าน ในวันทำสัญญารับสร้างบ้าน

งวดที่ 2. ชำระ 15% ของราคาบ้าน เมื่อเสร็จงานตอกเสาเข็ม

งวดที่ 3. ชำระ 10% ของราคาบ้าน เมื่อเสร็จงานพื้นชั้นล่าง

งวดที่ 4. ชำระ 10% ของราคาบ้าน เมื่อเสร็จงานพื้นชั้นสอง

งวดที่ 5. ชำระ 10% ของราคาบ้าน เมื่อเสร็จงานโครงหลังคา

งวดที่ 6. ชำระ 10% ของราคาบ้าน เมื่อเสร็จงานก่ออิฐ

งวดที่ 7. ชำระ 10% ของราคาบ้าน เมื่อเสร็จงานเดินสายไฟฟ้า วางระบบประปา

งวดที่ 8. ชำระ 10% ของราคาบ้าน เมื่อเสร็จงานติดตั้งฝ้าเพดาน

งวดที่ 9. ชำระ 10% ของราคาบ้าน เมื่อเสร็จงานทาสีจริง

งวดที่ 10. ชำระ 5% ของราคาบ้าน เมื่อเสร็จงานติดตั้งวัสดุพื้นผิว และเก็บรายละเอียดงานทั้งหมด

การขอกู้เงินเพื่อผ่อนชำระ

ในกรณีที่มีความประสงค์ต้องการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน บริษัทฯ ยินดีอำนวยความสะดวกเป็นผู้ติดต่อกับธนาคาร โดยลูกค้าต้องเตรียมค่าใช้จ่ายเพื่อชำระค่าธรรมเนียมของธนาคารตามยอดเงินที่ยื่นกู้ พร้อมเอกสารที่จะต้องนำมายื่นเพิ่มเติม ดังนี้

– ใบรับรองเงินเดือน หรือใบรับรองรายได้ของผู้กู้

– สำเนาบัญชีสมุดเงินฝากธนาคาร

– ในกรณีที่มีผู้กู้ร่วม ให้เตรียมสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และใบรับรองเงินเดือน หรือใบรับรองรายได้ของผู้กู้ร่วมมาด้วย

ขั้นตอนการก่อสร้างและรับมอบบ้าน

1. เจาะเสาเข็ม

เมื่อทำการสำรวจ และยืนยันการวางผังแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการตอกเสา เข็มตามผังที่วางไว้ โดย กระบวนการตอกเสาเข็มมี 2 แบบ คือแบบเสา เข็ม ตอก และแบบเสาเข็มเจาะ

2. งานโครงสร้าง

TAMPBUILDER ใช้ระบบการก่อสร้างแบบมาตรฐานสากล ตามมาตรฐานของสภาวิศวกรแห่งประเทศไทย

3. งานสถาปัตยกรรมและงานระบบ

เมื่องานโครงสร้างเสร็จเรียบร้อย จะเข้าสู่งาน สถาปัตยกรรม ประกอบ ด้วยงานก่ออิฐ, ติดตั้งวงกบประตูและหน้าต่าง, งานประปาภายใน, งาน ฉาบปูน, งานเดินสายไฟ, งานฝ้าภายใน, งานปู กระเบื้อง, งานติดตั้งวัสดุ ปูพื้นผิวบันได, งานอะลูมิเนียม, งานปูวัสดุผิวพื้น, งานทาสี, งานติดตั้ง สุขภัณฑ์, งานติดตั้งดวงโคมตู้เมนไฟฟ้า พร้อมติดตั้งถังบำบัดน้ำเสีย และระบบสุขาภิบาล

4. การเก็บงานพร้อมส่งมอบบ้าน

เมื่อ ขั้นตอนการก่อสร้าง เสร็จสมบูรณ์ จะเข้าสู่ขั้นตอน การเก็บงาน เพื่อเตรียม ส่งมอบบ้าน โดย TAMPBUILDER จะตรวจสอบคุณภาพ (QC) ไปพร้อมกับท่านเลย มีปัญหาสามารถแก้ไขได้ตรงจุด รวดเร็ว เพื่อให้ท่านได้มีบ้านที่ตรงตาม Checklist ที่กำหนด ในงวดสุดท้าย และเมื่อ ได้เก็บงานเสร็จสิ้นตามสัญญา TAMPBUILDER จะจัด ส่งจดหมายแจ้งให้ท่านทราบ

การขออนุญาตปลูกสร้างใช้เวลากี่วัน ?

การดำเนินการขออนุญาตปลูกสร้างกับทางเขต ใช้เวลาประมาณ 45-60 วัน จึงจะได้รับใบอนุญาต

มีบริการหลังการขาย หรือ รับประกันอะไรบ้าง ?

ทางบริษัทฯ มีการรับประกันงานก่อสร้างตลอด 1 ปี หลังการส่งมอบบ้าน , รับประกันการทรุดตัวของโครงสร้างหลัก ตลอดอายุการใช้งาน 5 ปี รวมถึงการรับประกันการรั่วซึมแตกร้าวของแผ่นหลังคาตลอด 2 ปี(สำหรับหลังคา Metal Sheet รับประกัน 1 ปี) เมื่อเทียบกับราคาบ้านที่ไม่แพงถือว่าคุ้มมาก

แทมป์ บิวเดอร์ มีการขออนุญาตการปลูกสร้างให้หรือไม่ ?

แทมป์ บิวเดอร์ มีทีมงานดำเนินการขออนุญาตให้ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า

ส่วนใดในบ้าน ที่นับเป็นพื้นที่ใช้สอย ?

ในส่วนที่นับเป็นพื้นที่ใช้สอย จะนับส่วนที่สามารถใช้งานได้ เช่น พื้นที่ภายในบ้าน , เฉลียง , ระเบียง , ลานจอดรถ , พื้นที่ซักล้าง , ทางเดิน เป็นต้น

ระหว่างก่อสร้าง มีวิศวกรเข้ามาคุมหน้างานหรือไม่ ?

ตลอดเวลาการก่อสร้าง จะมีวิศวกรเข้ามาคุมหน้างานเป็นประจำ และจะมีการนัดหมายกับลูกค้าเพื่อพูดคุยชี้แจง ก่อนเริ่มงานก่อสร้างและจะมีการรายงานความคืบหน้าของการก่อสร้างให้ลูกค้าทราบอยู่สม่ำเสมอเป็นประจำทุกสัปดาห์

แทมป์ บิวเดอร์ ใช้ช่างจากที่ใด เข้ามาทำการก่อสร้างบ้าน ?

ช่างของ แทมป์ บิวเดอร์ เป็นช่างฝีมือที่ทำงานกับบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง และผ่านการอบรมพร้อมตรวจสอบคุณภาพจากบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ โดยเป็นช่างที่มีความชำนาญการเฉพาะทางในแต่ละขั้นตอนการก่อสร้าง อาทิ ชุดยกโครงสร้าง , ชุดก่อฉาบ , ระบบงานไฟฟ้า , ระบบสุขาภิบาล น้ำประปา เป็นต้น

ขณะก่อสร้าง จะตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการได้หรือไม่ ?

ลูกค้าจึงสามารถตรวจสอบขั้นตอนการทำงานได้ตลอดเวลาทุกขั้นตอน พร้อม Line Official ของ TAMP BUILDER ไว้รายงานความคืบหน้า พร้อมตอบข้อสงสัยของลูกค้าในระหว่างการก่อสร้างได้ทันท่วงที

งบประมาณไม่ถึง 2 ล้านบาท สร้างบ้านได้หรือไม่ ?

ลูกค้าสามารถปรึกษา และเลือกแบบบ้านกับเรา หรือ นำแบบมาเอง หรือ คิดแบบไปพร้อมกับทีมสถาปนิกของเราก็ได้ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ โดยเราจะมีแบบบ้านให้ลูกค้าเลือกหลากหลาย ในราคาเริ่มต้นไม่เกิน 2 ล้านบาท!!! และยังมีทีมวิศวกรและสถาปนิกผู้ชำนาญการคอยให้คำปรึกษา